กริมาลโด้–ชิค ผนึกพลังยิงดับ แมนฯ ซิตี้ ทีมสำรองพลาดท่า แบเยอร์ เลเวอร์คูเซนบุกคว้าชัยใน UCL
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียสถิติไร้พ่ายในบ้านรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่ยาวนานกว่า 6 ปี หลังถูก แบเยอร์ เลเวอร์คูเซน บุกมาช็อกด้วยสกอร์ 2-0 โดยได้ประตูจาก อเลฆานโดร กริมาลโด้ และ พาทริค ชิค ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเผชิญความกดดันหนักก่อนเข้าสู่สามนัดสุดท้ายของกลุ่ม
ก่อนเกม ซิตี้ไม่แพ้เกมยุโรปในบ้านมาตั้งแต่ปี 2018 แต่กวาร์ดิโอล่าตัดสินใจปรับทีมถึง 10 ตำแหน่งจากชุดที่แพ้นิวคาสเซิ่ล ซึ่งกลายเป็นการหมุนทีมที่ “มากเกินไป” ตามคำยอมรับของเจ้าตัวหลังจบเกม เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่เล่นกันแบบพยายามเลี่ยงความผิดพลาด มากกว่าจะสร้างเกมตามจังหวะปกติ
เลเวอร์คูเซนฉวยโอกาสจากความเปราะบางในแดนกลางที่ไร้ โรดรี และการป้องกันที่หลวมลงอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งนาทีสำคัญมาถึงเมื่อ อิบราฮิม มาซา เปิดบอลให้ คริสเตียน โคฟาเน่ ไหลคืน กริมาลโด้ ซัดเต็มข้อผ่าน เจมส์ แทรฟฟอร์ด เข้าไปอย่างเฉียบคมเป็น 1-0
ซิตี้พยายามเปิดเกมรุกแต่ไร้ความดุดันเมื่อไม่มี เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และ ฟิล โฟเด้น ใน 11 ตัวจริง โอกาสจาก ออสการ์ บ็อบบ์ และ ทิจจานี่ เรย์เยนเดอร์ส ถูก มาร์ค เฟล็คเค่น เซฟไว้ได้ทั้งหมด ก่อนกวาร์ดิโอล่าจะปรับเกมส่งสามสำรองลงมาพร้อมกัน แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าเดิม
เลเวอร์คูเซนมาหนีเป็น 2-0 จากจังหวะเปิดของมาซาอีกครั้ง และเป็น พาทริค ชิค ที่เอาชนะแนวรับหลับกลางอากาศโหม่งเสียบเสาแรกไม่เหลือ ทำให้ทีมเยือนเล่นด้วยความมั่นใจและไม่ลังเลในการโต้กลับ
ฮาแลนด์ถูกส่งลงมาในนาที 65 เพื่อกอบกู้สถานการณ์ และมีจังหวะได้โหม่ง–ได้หลุดเดี่ยว แต่เฟล็คเค่นยังเหนียวแน่น ขณะที่ เชอร์กี และ โฟเด้น ก็ช่วยเร่งเกมแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนได้
ท้ายเกมเป็นซิตี้ที่ครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่ความเฉียบคมที่เคยมีไม่ปรากฏอีกต่อไป จบเกม เลเวอร์คูเซนคว้าชัยสุดยิ่งใหญ่ พร้อมคำชื่นชมจากกุนซือ คาสเปอร์ ฮุลมันด์ ที่กล่าวว่า “เราภูมิใจกับชัยชนะและคาแรกเตอร์ของทีมมาก”
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ซิตี้หยุดอยู่ที่ 10 แต้ม ก่อนต้องเจอ เรอัล มาดริด ในนัดสำคัญต่อไป ขณะที่เลเวอร์คูเซนตอกย้ำว่าพวกเขาคือหนึ่งในทีมแกร่งที่สุดของยุโรปในฤดูกาลนี้.